1
ฟิลเลอร์ (Filler)

สารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยเติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก หรือเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณต่าง ๆ เช่น แก้ม คาง ริมฝีปาก และใต้ตา โดยฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กันมากมักมีส่วนประกอบหลักเป็น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid - HA) ซึ่งสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

แบรนด์ฟิลเลอร์ยอดนิยม 4 แบรนด์ ได้แก่:

1. Juvederm (จูวีเดิร์ม)

  • ผลิตโดยบริษัท Allergan (สหรัฐอเมริกา)

  • จุดเด่น: เนื้อเนียนละเอียด อยู่ได้นาน 12-18 เดือน มีหลายรุ่นสำหรับการใช้งานต่างกัน เช่น Voluma (เพิ่มวอลลุ่ม), Volbella (ใต้ตา/ปาก)

2. Teoxane (เทโอซาน)

  • ผลิตจากสวิตเซอร์แลนด์

  • จุดเด่น: เทคโนโลยี RHA (Resilient Hyaluronic Acid) ให้ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก ร่องแก้ม

3. E.p.t.q (อี.พี.ที.คิว)

  • ผลิตในเกาหลีใต้

  • จุดเด่น: ราคาย่อมเยา คุณภาพดี ผ่านมาตรฐาน CE มีหลายระดับความแข็งของเนื้อฟิลเลอร์ให้เลือกตามความเหมาะสมของตำแหน่งที่ฉีด

4. Dermaren (เดอร์มาเรน)

  • ผลิตในเกาหลีใต้

  • จุดเด่น: เป็นฟิลเลอร์ HA ที่นิยมใช้ในเอเชีย มีความคงตัวพอเหมาะและราคาค่อนข้างเข้าถึงง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น

ไบโอสติมูเลเตอร์ (Biostimulator)

เป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่เน้นเติมเต็มในทันทีแบบฟิลเลอร์ แต่จะค่อยๆ เห็นผลระยะยาวจากการกระตุ้นเซลล์ผิวและคอลลาเจน

แบรนด์ยอดนิยมของไบโอสติมูเลเตอร์
แบรนด์ สารออกฤทธิ์หลัก คุณสมบัติเด่น เหมาะสำหรับ
Ultracol 200 Poly-L-Lactic Acid (PLLA) กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ให้ผลลัพธ์นาน 1-2 ปี ผู้ที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า
Lennsina Poly-D,L-lactic acid (PDLLA) ผลิตในเกาหลี กระตุ้นคอลลาเจนคล้าย Sculptra คนที่ต้องการความกระชับทั่วใบหน้า
Aesthefill PDLLA เนื้อเนียนฉีดง่าย ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผู้ที่มีใบหน้าตอบ ผิวขาดความยืดหยุ่น
Sticol Volume PDLLA เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ใช้ฟื้นฟูผิวที่โทรม ผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าให้ดูอิ่มฟู
Radiesse Calcium Hydroxylapatite (CaHA) เห็นผลทันที+กระตุ้นคอลลาเจน ช่วยเรื่องโครงหน้า เหมาะกับการยกกระชับ กรอบหน้า คาง ขมับ
Sculptra PLLA เป็นต้นแบบของ Biostimulator ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนลึก ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาวแบบธรรมชาติ
นวัตกรรมเพื่อผิวกระชับและหน้าเรียว

นวัตกรรมเพื่อผิวกระชับและหน้าเรียวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีทั้งแบบใช้พลังงานและสารสกัด โดยแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นต่างกัน

1. Lipo Nano (Lipo Fat หรือ Fat Bomb)

  • หลักการ: ใช้สารสกัดหรือสูตรเฉพาะที่ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันใต้ผิวเฉพาะจุด เช่น แก้ม เหนียง

  • ผลลัพธ์: ลดไขมันเฉพาะจุด ทำให้หน้าเรียวเล็กลง

  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีไขมันสะสม ไม่มากนัก ต้องการลดเฉพาะบางจุด

  • เห็นผล: ภายใน 1–2 สัปดาห์

2. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

  • หลักการ: คลื่นเสียงความถี่สูงส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนใหม่

  • ผลลัพธ์: ผิวยกกระชับ หน้าเรียว โดยไม่ต้องผ่าตัด

  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง

  • เห็นผล: ทันทีบางส่วน และชัดเจนขึ้นใน 2–3 เดือน

3. Ulthera

  • หลักการ: ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ชนิดเฉพาะแบบโฟกัสเจาะจง ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS เหมือน HIFU แต่แม่นยำกว่า

  • ผลลัพธ์: ยกกระชับผิว หน้าเรียว ลดริ้วรอยลึก

  • เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงการผ่าตัดดึงหน้า

  • เห็นผล: ชัดเจนภายใน 2–3 เดือน อยู่ได้นาน 1 ปีขึ้นไป

4. Thermage

  • หลักการ: คลื่นวิทยุ (Radio Frequency - RF) ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ กระตุ้นการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่

  • ผลลัพธ์: ผิวแน่นตึง ลดความหย่อนคล้อยของผิว

  • เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า หรือผิวบาง

  • เห็นผล: ชัดเจนใน 1–3 เดือน อยู่ได้นาน 1–2 ปี

กระชับผิวคอ (Neck Lift)

การดูแลผิวบริเวณลำคอให้เรียบเนียนและเต่งตึง มีบทบาทสำคัญในการเสริมลุคอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากลำคอมักเป็นจุดที่แสดงวัยก่อนใบหน้า